2008/Jul/18

ธรรมะสวัสดีกัลยาณมิตรชิดใกล้ทุกท่านค่ะ

ขอต้อนรับเข้าสู่รายการปฎิบัติธรรมกับแม่ชีอัณฑะโยนีในรอบ 12 ล้านปีแสงนะคะ รายการดีๆ ซึ่งห่างหายจากสังคมสัตว์โลกมานานแสนนาน แต่เราต้องกลับมาพบกันอีกครั้ง เนื่องด้วยปัจจุสมัยนี้ ได้ย่างเข้าสู่อีเว้นท์วันเข้าพรรษา 2551 อันจะมีแคมเปญจ์ งดเหล้าเข้าพรรษา ทำความดีให้พ่อดู เป็นไฮไลต์สำคัญของงาน แม่ชีจึงอวตารลงมาช่วยรัฐบาลรณรงค์แคมเปญจ์นี้อีกวาระหนึ่งค่ะ  

ก่อนที่จะเข้าสู่ หัวข้อธรรมจรรโลงจิตพิศสมัยวิไลศักดิ์ นั้น แม่ชีใคร่ขอนำอีเว้นท์งานบุญ 2 งานมาพรีเซ้นท์ให้ทุกท่านได้อนุโมทนาร่วมกับแม่ชีก่อนนะคะ 

อีเว้นท์แรก เนื่องด้วยอาตี๋ น้องชายของแม่ชี ได้เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่ออาทิตย์ก่อน แม่ชีได้ไปบวชหลวงน้องด้วยมือของแม่ชีเองเชียวค่ะ แต่ก่อนจะได้อุปสมบทนั้น เล่นเอาวุ่นกันทั้งครัวเรือน เพราะอาตี๋ซึ่งเป็นเด็กวัยรุ่นทั่วๆ ไป ที่เข้าผับเข้าบาร์ เตร็จเตร่ เรียนบ้าง ตกบ้าง ตามจารีตนิยมของสมัยนี้ อันคนโดยมากเห็นชีวิตเป็นของไร้แก่นสาร แต่จู่ๆ อาตี๋เกิดจะดวงตาเกิดเห็นธรรมอย่างปัจจุบันทันด่วย มาบอกว่าอยากบวชก่อนเข้าพรรษา 1 อาทิตย์ซะงั้น  

ต๊าย....เล่นเอาวิ่งหาวัดกันขาขวิด ลิสต์รายชื่อแขกและของที่ต้องเตรียมจนมือแทบหัก โยมพ่อ และโยมแม่ก็มิได้ย่อท้อค่ะ ถือว่ากุศลได้เกิดขึ้นในใจของอาตี๋แล้ว เราจะขัดทางบุญเสียมิได้ ส่วนดิฉันเองก็คิดว่า รีบๆ บวชเสียก็ดีเผื่อจะได้ปรับปรุงตัวเองให้ทัดเทียมอารยะชนเขา 

ในการเตรียมงานนั้น ก็ดำเนินไปได้ด้วยดีนะคะ วัดก็หาได้ ของก็เตรียมทัน แขกเหรื่อก็เชิญได้หมดทันกาล แต่มาติดก็ตรงอาตี๋นี่แหละค่ะ ที่จู่ๆ ก็มาถามว่า 

อาเจ้ๆ อั๊วไม่บิณฑ์ได้ป่าว

อั๊วตื่นไม่ทันแน่ๆแล้วอย่าลืมถวายปัจจัยอั๊วทุกอาทิตย์นะ

จ่ายค่ามือถือให้ด้วย 

โอยยยยๆๆๆๆๆ.... ฟังแล้วแทบจะสไลด์เข่ากันเลยทีเดียว ให้มันน้อยๆ หน่อย ได้ข่าวว่าบวชพระเขาให้ละกิเลสนะคะ นี่ยังจะเอานู่นเอานี่อีก 

แต่ในที่สุดนี่ หลังจากบวชไปแล้วเกือบ 1 อาทิตย์ เมื่อวานแม่ชีไปเยี่ยมท่านโยมน้องที่วัด ก็ดูสำรวมดี ไม่พูดอะไรไม่เข้าท่าแบบก่อนบวชเลย น่าเลื่อมใสมากๆ ค่ะ  

อีเว้นท์ต่อมา คืออีเว้นท์อาสาฬหบูชาเดย์ ประจำปี พ.ศ. 2551 แม่ชีและคุณแฟนได้ไปก่อกรรมทำเข็ญเวียนเทียนกันที่วัดหัวเมืองค่ะ แต่ก่อนที่จะได้ไปก่อกรรมทำเข็ญเวียนเทียนในตอนค่ำนั้น แม่ชีพร้อมคุณแฟนได้ไปใช้ชีวิตฆราวาสชมมหรสพกลางแปลงที่โรงมหรสพพารากอนซีนีเพล็กซ์ เรื่อง มนุษย์ค้างคาว อัศวินรัตติกาล หรือ Batman The Dark Knight อันเป็นหนังที่ได้ตั๋วฟรีมา 2 ใบ 

อันที่จริง ดิฉันไม่ชอบหนังเอฟเฟคเยอะแยะแบบนี้เท่าไหร่ ดูแล้วเวียนหัว แต่ดิฉันแอบคิดว่าหนังนี่มันลึกซึ้งดีนะคะ เพราะพูดถึงวิชาจริยธรรมด้วย โดยเฉพาะฉากที่อีโจ๊กเกอร์มันเดิมพันให้คนบนเรือ 2 ลำ กดระเบิดฆ่ากันเอง ลำนึงเป็นประชาชนดีๆ อีกลำมีแต่นักโทษ โดยให้ตกลงกันว่าจะกดระเบิดฆ่าอีกลำหรือป่าว ถ้าไม่กดอีโจ๊กเกอร์จะกดระเบิดมันทั้ง 2 ลำเลย ลุ้นแทบตายค่ะ ว่าคนดีจะยอมชั่วฆ่าโจร หรืออีโจรมันจะชิงกดระเบิดคนดีๆ ก่อน สุดท้ายลำไหนจะระเบิดต้องไปดูกันเอาเองนะคะ 

หลังจากเสร็จสิ้นกิจฆราวาสแล้ว แม่ชีและคุณแฟนก็ได้มาประกอบกิจทางธรรม นั่นก็คือการ Walk in ไปเวียนเทียน ณ วัดหัวเมืองใกล้ๆ ที่มีชื่อว่า วัดปทุมวราราม หรือ วัดสระปทุม ที่ชาวพระนครยุคเก่าเรียกขานกันติดปาก แทนวัดเบญจมบพิตรดุสิตวราราม ซึ่งเป็นวัดประจำใจของแม่ชี 

การเวียนเทียนครั้งนี้ นับว่าเป็นการเวียนเทียนปิดโครงการ เวียนเทียนทำแฮททริก ในรอบปี 2551 กล่าวคือ แม่ชีสามารถเก็บคะแนนสะสมบุญได้ 3 ครั้งในวันวิสาขะ มาฆะ และวันนี้ คือวันอาสาฬหะ ครบถ้วน 3 วัน 

แม่ชีค่อนข้างประทับใจในเซตติ้งของวัดมาก กล่าวคือตัววัดถูกขนาบด้วยห้างใหญ่ 2 แห่งคือพารากอน และเซ็นทรัลเวิรล์ด บวกกับทัศนียภาพเมื่อมีรถไฟฟ้าวิ่งตัดผ่านหน้าวัด ดูแล้วน่าพิศวงมากที่วงล้อธรรมสามารถวิ่งตัดผ่านใจกลางเมืองที่ปกคลุมด้วยกระแสทุนนิยม อย่างที่ไม่หวั่นไหวใดๆ

เปรียบเสมือนใจของแม่ชี ที่แม้กาลเวลาจะผันผ่าน มีผู้ชายมากมายดาหน้ามาให้เลือก แต่แม่ชีก็ยังรักคุณแฟนคนเดียวนะคะ 

วันนี้พอแค่นี้ก่อน ว่างๆ จะนำภาพประทับใจจากอีเว้นท์ทั้ง 2 มาเผยแผ่ให้ได้ชมกันทั่วดินแดนสุวรรณภูมิ คนไทยรักกัน แผ่นดินธรรมแผ่นดินทองนะคะ 

สำหรับวันนี้ ธรรมสวัสดีค่ะ